บทที่ 10 เมียบำเรอล้างหนี้ EP10

บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า บรรดาลูกน้องชุดดำที่ยืนคุ้มกันอยู่ต่างเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความช็อกสุดขีด ไม่มีใคร…ไม่เคยมีใครในโลกนี้กล้ากระตุกหนวดเสือ กล้าลงไม้ลงมือกับเจ้าพ่อแห่งวงการธุรกิจมืดอย่างอดิกุลมาก่อน

“เฮ้ย! นังนี่” เข้มคำรามลั่น ปราดเข้ามาคว้าต้นแขนเล็กของเมธาวารีไว้แน่นด้วยความโกรธแค้นแทนเจ้านาย “มึงอยากตายใช่ไหม”

“โอ๊ย ปล่อยนะ เอามือสกปรกของพวกแกออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้” เมธาวารีกรีดร้อง ดิ้นรนสะบัดแขนอย่างสุดกำลัง

อดิกุลยกมือขึ้นห้ามลูกน้องช้าๆ

ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวโรยตัวลงปกคลุมอีกครั้ง มาเฟียหนุ่มค่อยๆ หันใบหน้ากลับมา ดวงตาสีนิลที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล เขาไม่สบถ ไม่ตะคอก มีเพียงสันกรามที่นูนเด่นจากการขบกัดอย่างแรง และปลายลิ้นที่ดันกระพุ้งแก้มด้านที่ถูกตบช้าๆ ท่าทางที่สงบนิ่งนั้น กลับแผ่รังสีอำมหิตจนแม้แต่ลูกน้องคนสนิทยังต้องลอบกลืนน้ำลาย

“กล้ามากนะ ที่ตบหน้าคนอย่างฉัน”

น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน มันเบาหวิวแต่กลับดังก้องกังวานและน่ากลัวราวกับเสียงคำรามของพญาราชสีห์ก่อนขย้ำคอเหยื่อ

“ทำไมฉันจะไม่กล้า แกเป็นใครทำไมฉันต้องกลัว แกต่างหากที่หน้าด้านบุกรุกเข้ามาในบ้านของฉัน”

แม้ในใจจะสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัวต่อสายตาดุดันคู่นั้น แต่ความหยิ่งทะนงและศักดิ์ศรีทำให้เมธาวารีเชิดหน้าขึ้น เชิดคางตอบโต้อย่างไม่ยอมแพ้

อดิกุลแสยะยิ้มเย็นเยียบ นัยน์ตาของเขาเยือกเย็นจนถึงขีดสุดเมื่อจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แข็งกร้าวของแม่กวางน้อยอวดดี

“เข้ม” มาเฟียหนุ่มเอ่ยเรียกชื่อลูกน้องเสียงเรียบ ทว่าคำสั่งต่อมากลับทำให้หัวใจของหญิงสาวร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“จับตัวผู้หญิงคนนี้ ขึ้นไปรอฉันบนเตียงที่ห้องนอนเดี๋ยวนี้”

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้พวกสารเลว พวกแกมีสิทธิ์อะไรมาจับตัวฉันแบบนี้”

เมธาวารีแผดเสียงร้องลั่น พยายามดิ้นรนสะบัดตัวขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ บอบบางเพียงคนเดียว จะสู้แรงมหาศาลของผู้ชายร่างยักษ์ชุดดำสองคนที่ล็อกแขนเธอไว้แน่นหนา

“หุบปากเสียเถอะสาวน้อย เก็บเสียงหวานๆ ของเธอเอาไว้ครางตอนอยู่บนเตียงกับนายจะดีกว่า”

เข้มแสยะยิ้ม พูดออกมาพร้อมกับหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ สายตาหยาบโลนที่มองมาบ่งบอกให้รู้ว่าชะตากรรมของหญิงสาวแสนสวยคนนี้กำลังจะเผชิญกับสิ่งใด

“พวกแกพูดบ้าอะไร ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย”

เมธาวารีหน้าซีดเผือด พยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการอย่างบ้าคลั่ง ทันทีที่ได้ยินคำข่มขู่ เธอก็รับรู้ได้ถึงภัยร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัว ยิ่งคิดหญิงสาวก็ยิ่งหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ เพราะตั้งแต่เกิดมา เธอถูกทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน ไม่เคยต้องมาพบเจอสถานการณ์ป่าเถื่อนเช่นนี้มาก่อน

“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอกจ้ะสาวน้อย แม้แต่พ่อของเธอเองก็อย่าหวังว่าจะได้เหยียบย่างเข้ามาในบ้านหลังนี้ นอกเสียจากว่าแกจะมีปีกบินข้ามกำแพงเข้ามาได้” เข้มเย้ยหยันราวกับเห็นความดิ้นรนของเธอเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน

บานประตูไม้บานใหญ่ซึ่งก่อนหน้าเคยเป็นห้องนอนส่วนตัวของบิดามารดาถูกเปิดออก เมธาวารีถูกผลักเข้าไปด้านในอย่างแรงจนล้มลุกคลุกคลาน ก่อนที่บานประตูจะถูกปิดกระแทกและล็อกกลอนจากด้านนอกดังกริ๊ก

“นี่มัน เกิดอะไรขึ้นกับบ้านของเรา”

เมธาวารียันตัวลุกขึ้น กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความตกตะลึง ห้องทั้งห้องที่เธอเคยคุ้นเคย บัดนี้ได้เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอนไม้สัก โต๊ะทำงานของคุณพ่อ หรือตู้หนังสือสีขาวสะอาดตาของคุณแม่ที่เธอชอบเข้ามาหยิบหนังสือนิยายไปอ่าน ทุกสิ่งทุกอย่างอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น

มันถูกแทนที่ด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์หรูหราราคาแพงลิ่วจากแบรนด์ดัง รูปโทนสีถูกคุมด้วยสีดำสนิทและเทาเข้มสลับกันอย่างดุดัน รูปถ่ายครอบครัวที่เคยตั้งอยู่บนหัวเตียงหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ ความเย็นชาของห้องนี้ทำให้เมธาวารีรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูก

‘ขืนอยู่ในห้องนี้ต่อไป ต้องไม่ปลอดภัยแน่ๆ’ ไวเท่าความคิด หญิงสาวรีบถลันตัวไปที่ประตูบานกระจกฝั่งระเบียงห้อง เธอเลื่อนเปิดมันออกอย่างระมัดระวัง พยายามให้เกิดเสียงน้อยที่สุด หวังจะใช้เส้นทางนี้ในการหลบหนี ห้องนี้อยู่เพียงแค่ชั้นสอง หากกะระยะดีๆ และค่อยๆ ปีนไต่ลงไปตามท่อน้ำหรือกันสาด ก็อาจจะหนีรอดไปได้

แต่ทันทีที่ชะโงกหน้ามองลงไปเบื้องล่าง ความสูงก็ทำเอาคนที่มีอาการโรคกลัวความสูงเป็นทุนเดิมถึงกับหน้ามืด อาการใจสั่นกำเริบขึ้นมาดื้อๆ แม้จะสูงเพียงแค่สองชั้น แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ขาแข้งหักได้หากก้าวพลาด แต่ถึงกระนั้น ถ้าให้เลือกระหว่างการตกหลงไปขาหัก กับการต้องรอให้ไอ้มาเฟียหน้าเหี้ยมนั่นเข้ามาข่มเหง เธอขอเลือกอย่างแรก

‘แกร๊ก กริ๊ก’

เสียงปลดล็อกลูกบิดประตูดังขึ้นจากหน้าห้อง บ่งบอกให้รู้ว่ามัจจุราชกำลังจะก้าวล่วงเข้ามา เมธาวารีสะดุ้งสุดตัว เธอไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป ร่างบางปีนข้ามรั้วระเบียงออกไปยืนทรงตัวอยู่ด้านนอก สองมือเล็กๆ จับซี่กรงเหล็กดัดเอาไว้แน่น หันหลังให้ความสูงเบื้องล่าง หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำแทบทะลุออกมานอกอก หญิงสาวหลับตาปี๋ สูดลมหายใจลึกเตรียมพร้อมที่จะกระโดดลงไป

บานประตูห้องถูกผลักออก ร่างสูงตระหง่านของอดิกุล ก้าวเข้ามาภายในห้องอย่างเงียบเชียบ เข้มที่เป็นคนวิ่งไปเอากุญแจมาไขให้รีบชี้มือไปยังริมระเบียงทันที

“นายครับ ผู้หญิงคนนั้นอยู่ตรงระเบียง”

มาเฟียหนุ่มปรายตามองตามทิศทางนั้น ก่อนจะสืบเท้าเดินตรงไปยังระเบียงด้วยท่วงท่าเชื่องช้าทว่าคุกคาม เขามองร่างบางที่ยืนสั่นเทาอยู่หลังลูกกรงระเบียงราวกับนกน้อยที่กำลังจนตรอก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป